เคล็ดลับควรรู้ ก่อนเริ่มรีโนเวทบ้าน ให้ได้ตามแผนปัจจุบันคนส่วนใหญ่เลือกที่จะ รีโนเวทบ้าน เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างถูกกว่าการซื้อบ้านหลังใหม่ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสวยงาม ความน่าอยู่ ความปลอดภัยให้บ้านได้ แถมยังเหมือนได้บ้านหลังใหม่จากที่พักเก่าของเราอีกด้วย ดังนั้น จึงมีเคล็ดลับหลักและข้อแนะนำดีๆ สำหรับใครที่คิดปรับปรุงบ้านของตัวเองมาฝากกันค่ะ

1. คิดเตรียมการให้ดีก่อนเริ่มรีโนเวทบ้าน
การรีโนเวทบ้านแต่ละครั้งเหมือนทำบ้านครั้งใหม่ เราต้องมองถึงจุดมุ่งหมายในการรีโนเวทบ้านของเราให้ดี รี โน เวท บ้าน ราคาประหยัด บางทีต้องใช้สถาปนิกมืออาชีพเข้ามาช่วยเพื่อให้งานราบรื่นมากขึ้น ที่สำคัญต้องนึกถึงการใช้ประโยชน์ของตัวบ้านเป็นหลัก เช่น การจัดโซนต่างๆ ของบ้านต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยมาก่อนเรื่องของความสวยงาม ดังนั้นจึงควรให้สถาปนิกช่วยออกแบบให้ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นก่อนสร้างจริง ซึ่งจะช่วยลดความล่าช้าไปได้มาก

2. ตรวจสอบสภาพพื้นที่ กำหนด และสรุปแนวทาง
ก่อนรีโนเวทบ้าน อย่าลืมหาข้อมูลในหลายๆ ด้านเสียก่อน เพราะการรีโนเวทบ้านนั้นมีความแตกต่างกับการลงมือสร้างใหม่ ด้วยข้อจำกัดของสภาพโครงสร้างและข้อกฎหมาย อาจเริ่มจากการตัดเก็บรูปภาพมุมบ้านสวยๆ จากนิตยสารแต่งบ้านหรือรูปจากอินเทอร์เน็ต แล้วลองสอบถามผู้รู้เฉพาะทาง อย่างสถาปนิก วิศวกร ช่างรับเหมาก่อสร้างดู รีโนเวทบ้าน pantip เพื่อที่เราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อรีโนเวทบ้านไปแล้วทุกอย่างตรงตามความต้องการที่จะปรับปรุงบ้านจริงหรือไม่

3. กำหนดงบประมาณที่จะใช้สำหรับการรีโนเวท
การคิดคำนวณหรือกำหนดแผนการในเรื่องของงบประมาณสำหรับการรีโนเวทบ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการรีโนเวทบ้านนั้นต้องใช้เงินก้อนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าแบบ, ค่าวัสดุ, ค่าแรงต่างๆ ดังนั้น ต้องมีการเตรียมให้ดีเพื่อให้งบประมาณไม่บานปลาย

4. ควรตัดสินใจให้เด็ดขาดเพียงครั้งเดียว
การรีโนเวทบ้านต้องตัดสินใจให้ดี ไม่ควรเปลี่ยนไปมาขณะเริ่มงานไปแล้ว เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนสเปกวัสดุกลางคัน ดังนั้นจึงควรทำลิสต์รายชื่อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับการรีโนเวทบ้านไว้ก่อน จากนั้นก็จัดลำดับความสำคัญและความจำเป็นของอุปกรณ์แต่ละชนิด ซึ่งจะช่วยให้งานเดินไปได้รวดเร็ว และงบไม่บานปลายอีกด้วย

5. หาช่างฝีมือที่ไว้ใจได้
การหาช่างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ และนักออกแบบ รวมถึงวิศรกรโครงสร้างที่จะมารับงานออกแบบก่อสร้างก็เป็นปัจจัยที่จะชี้ได้ว่างานต่อเติมของเราจะสำเร็จไปด้วยดีหรือไม่ การรีโนเวทจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพโครงสร้างบ้าน ระบบไฟฟ้า-ประปาเดิมของอาคารให้ดีก่อน เพราะการต่อเติมอาจจะไปเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างเดิม หรือไปกระทบกับตำแหน่งท่อไฟฟ้า ท่อประปาของเดิมได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลเสียต่อโครงสร้างโดยรวมในระยะยาว หรือกระทบกับความปลอดภัยในการทุบเจาะผนังซึ่งอาจทำให้ท่อประปาแตก หรือไฟรั่วจนอาจเป็นอันตรายได้

6. การเลือกอุปกรณ์ในการรีโนเวทบ้าน
ควรเลือกสิ่งของและวัสดุที่แข็งแรง คงทนต่อการใช้งาน เพื่อให้บ้านของเราคงสภาพต่อไปได้อีกนาน การเลือกวัสดุอุปกรณ์ที่ดีอาจเป็นของที่มีราคากลางๆ ก็ได้ ซึ่งการเลือกวัสดุก็ต้องพิจารณางบประมาณ ประกอบด้วย บางคนอาจคิดว่าการซื้อวัสดุเองจะช่วยประหยัดได้มากกกว่าให้ผู้รับเหมาซื้อให้ เพราะคิดว่าผู้รับเหมาบวกกำไร แต่ในความเป็นจริงผู้รับเหมาจะรู้แหล่งซื้อวัสดุที่ได้ราคาถูกกว่าในตลาด อาจจะได้ราคาต่ำกว่าที่เราไปซื้อเอง แต่สิ่งที่เราควรทำก็คือตั้งสเปกวัสดุให้แน่นอนเพื่อป้องกันการซื้อวัสดุสเปกต่ำกว่าความต้องการ

7. อย่าจ่ายเงินทั้งหมดให้ผู้รับเหมา
การรีโนเวทบ้าน ไม่ควรจ่ายเงินทั้งหมดให้กับผู้รับเหมา ควรแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ตามชิ้นงานที่ทำเสร็จ เพราะหากผู้รับเหมาทำงานไม่ตรงกับความต้องการ สามารถเปลี่ยนผู้รับเหมาได้ และควรจ่ายเงินก้อนสุดท้ายให้กับผู้รับเหมาก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการรีโนเวทบ้านทุกขั้นตอน และทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของเราแล้วเท่านั้น

8. ไม่ควรอยู่ในบ้านที่กำลังรีโนเวท
ข้อนี้ดูเหมือนจะทำยากซักหน่อย เพราะส่วนใหญ่เจ้าของบ้านมักจะยังอยู่ในบ้านตัวเองเมื่อมีการซ่อมแซม แต่หากเป็นไปได้ควรอยู่ที่อื่นก่อนซักระยะหนึ่ง เพื่อไม่ต้องปวดหัวและตามทำความสะอาดทุกวันหลังซ่อมเสร็จ หรือต้องทนกับเสียงก่อสร้างและกลิ่นของสีที่ยังไม่แห้ง อีกอย่างที่ควรทำคืออย่าปล่อยให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้ามาในพื้นที่ เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายแล้ว ยังทำให้ช่างทำงานไม่สะดวกอีกด้วย

เรื่องควรรู้ก่อนการติดตั้งประตูออโต้

เมื่อคุณรู้ถึงรายละเอียดการทำงานของประตูออโต้กับส่วนประกอบสำคัญแล้ว เรื่องต่อไปที่คุณควรรู้ด้วยเช่นกันและควรรู้ก่อนการจะติดตั้งประตูอัตโนมัติจริง จะมีด้วยกัน 5 เรื่องดังนี้
1. ตรวจโครงสร้างเดิม

เริ่มต้นจากการตรวจโครงสร้างเดิมประตูรั้ว ซึ่งคุณต้องดูว่ากำแพงเดิมเป็นปูนหรือเหล็ก และจะสามารถรองรับต่อน้ำหนักของประตูใหม่ที่คุณจะนำมาติดตั้งได้หรือไม่ พร้อมการตรวจสอบล้อและรางเลื่อน รวมไปถึงเพลาที่จะต้องถูกทำความสะอาด เพื่อให้มีความเรียบลื่นสม่ำเสมอ ต้องไม่ฝืด และไม่สกปรก เพื่อป้องกันปัญหาการเปิด-ปิดที่ไม่เป็นดั่งใจและอาจก่อให้เกิดความเสียหายง่าย ทั้งยังอาจทำให้ประตูแกว่งจนเกิดอุบัติเหตุได้

2. ไม่ติดประตูเล็ก-ใหญ่ร่วมกัน

หนึ่งในเรื่องที่ควรพิจารณาให้ดี คือ ไม่ควรติดตั้งประตูสำหรับให้คนเข้าออกหรือประตูขนาดเล็ก ให้อยู่ในบานเดียวกันกับประตูใหญ่ โดยเฉพาะประตูที่เป็นแบบอัตโนมัติ เพราะอาจทำให้ส่วนของประตูบานเล็กปิดได้ไม่สนิท ทำให้ระบบเกิดปัญหาได้ง่ายและทำให้ประตูอัตโนมัติเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

3. เลือกวัสดุให้ดี

เลือกวัสดุทำประตูให้ดี ถ้าเลือกใช้เป็นประตูไม้ ควรมีการเคลือบสารกันฝน กันปลวก หรือเลือกใช้เป็นประตูไม้เทียมและไม้สังเคราะห์ที่จะมีความแข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้ปัญหาประตูไม้คืออาการบวมจากการโดนฝน เนื้อไม้จะอมน้ำและเพิ่มน้ำหนักของประตูให้มากขึ้นกว่าเดิม 30 เปอร์เซ็นต์ จึงส่งผลให้มอเตอร์ของประตูเสียหายได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่ติดตั้งประตูออโต้ส่วนใหญ่จึงเลือกใช้เป็นประตูเหล็กหรือสแตนเลสมากกว่า

4. เลือกขนาดที่พอเหมาะ

ขนาดของประตูเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้ ไม่ควรทำประตูอัตโนมัติที่มีความยาวเกินไป เพราะประตูยิ่งยาว ยิ่งเกิด ปัญหาประตูโก่งได้ง่ายและทำให้ระบบของรีโมทไม่สามารถครอบคลุมได้ทุกจุดของประตู การเปิด-ปิดจึงจะลำบากและอาจเกิดปัญหาเรื่องประตูเสียหายแล้วก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายอีกด้วย

5. เลือกรูปแบบประตูที่ใช้งานง่าย
ประตูอัตโนมัติที่ถือว่าใช้งานได้ง่ายคือประตูแบบบานเลื่อนซ้าย-ขวา ที่ถือว่าจะสร้างปัญหาได้น้อยที่สุดและราคาจะถูกกว่าบานสวิงกลับบานขึ้น-ลงถึง 50% เลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจจะติดตั้งประตูอัตโนมัติ ควรศึกษารายละเอียดเหล่านี้ให้ดี พร้อมการติดตั้งอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของช่างและยกมอเตอร์ให้สูง โดยเฉพาะผู้ที่บ้านมีปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง เพื่อไม่ทำให้มอเตอร์ประตูเสียหายง่ายจนเกินไป