ถังเก็บน้ำนั้นสำคัญไฉนมาดูกันค่ะ น้ำ คือสิ่งที่มีประโยชน์และคุณค่าอย่างมหาศาล ทุกบ้านล้วนใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคทุกวัน เรียกได้ว่าขาดน้ำเมื่อใดเราทุกคนก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน วันนี้พูดถึงน้ำที่เราใช้กันในบ้านในหลายแง่มุม ทั้งการป้องกัน การใช้ และสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เราใช้น้ำอย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งมองหาวิธีการป้องกันข้อเสียที่เกิดจากน้ำ ข้อมูลเหล่านี้ดีต่อเราผู้อยู่อาศัย
1. ทำไมต้องมี ถังเก็บน้ำ ติดตั้งปั๊มน้ำต่อจากท่อประปาสาธารณะเลยได้ไหม
ประเด็นแรกคือถังเก็บน้ำหรือ Water Tank นั้นจะช่วยสำรองน้ำในยามที่น้ำประปาไม่ไหล อีกประเด็นหนึ่งคือการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สูบโดยตรงจากเส้นท่ออาจดูด สิ่งสกปรกจากบริเวณใกล้เคียง เช่น น้ำขุ่นจากท่อแตกรั่ว หรือน้ำแดงจากท่อสนิม เข้ามาในระบบท่อประปาในอาคารได้ ดังนั้นควรติดตั้งถังเก็บน้ำเพื่อสำรองน้ำไว้ก่อน แล้วจึงสูบจากถังน้ำนั้นจ่ายไปยังท่อประปาภายในอาคาร จะได้น้ำที่สะอาดปลอดภัย
2. ถังเก็บน้ำบนดิน สะดวก ปัญหาน้อยกว่าใต้ดิน
การใช้ถังน้ำสำรอง ถ้าไม่มีความจำเป็นใดๆ ไม่ควรฝังใต้ดิน เพราะถังน้ำใต้ดินดูแลรักษายาก ทั้งเรื่องท่อและเรื่องถังที่มีโอกาสรั่วได้มากกว่า แต่ถ้าจำเป็นต้องฝังดิน ก็ควรใช้ถังชนิดสำหรับฝังดินโดยเฉพาะ ทำด้วยไฟเบอร์กลาส และการฝังถังน้ำลงใต้ดินต้องระมัดระวังเรื่องน้ำภายนอกที่อาจไหลเข้าไปในถัง เช่น น้ำผิวดิน น้ำฝน หากทำฝาถังไม่ดีพอ
3. คำนวณขนาดถังเก็บน้ำอย่างไร
ถังน้ำที่นิยมใช้ปัจจุบันมีทั้งถังสเตนเลส ไฟเบอร์กลาส และหลากหลายรูปทรง มีขนาดความจุตั้งแต่ 200 ลิตร จนถึง 5,000 ลิตร บางยี่ห้อมีถังขนาดถึง 8,000 ลิตร การใช้ถังเก็บน้ำในบ้าน ควรคำนวณดูว่าจะใช้ถังน้ำขนาดเท่าใดจึงเหมาะกับการใช้งานและจำนวนคน สามารถคำนวณได้ง่ายๆ ดังนี้
จำนวนคนในบ้าน x 200 x 3 = ขนาดของถังน้ำที่เหมาะกับการใช้งานในบ้าน
200 คือ ตัวเลขมาตรฐานที่กำหนดว่า คนหนึ่งจะใช้น้ำวันละประมาณ 200 ลิตร
3 คือ วันที่ใช้สำรองน้ำ 3 วัน หากน้ำประปาเกิดหยุดไหล
4. การใช้ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ใบเดียวหรือขนาดเล็กหลายใบดีกว่า
การเลือกใช้ถังน้ำใบเดียวใหญ่ๆ เช่น ถังขนาด 6,000 ลิตร หรือถังขนาด 2,000 ลิตร 3 ใบ ให้ดูที่การรับน้ำหนักของพื้นที่ที่ติดตั้ง ถ้ามีที่ตั้งพอที่จะรับน้ำหนักได้ ควรติดตั้งถัง 6,000 ลิตรใบเดียว เพื่อลดจำนวนข้อต่อของท่อลง แต่ถ้าบริเวณดังกล่าวมีข้อจำกัดของกระจายน้ำหนักไปตามจุดที่พอจะรับน้ำหนัก ได้ ก็ควรใช้ 3 ใบดีกว่า แล้วต่อท่อเข้าหากันซึ่งจะยุ่งยากและเสี่ยงต่อการชำรุดมากกว่า
5. ถังน้ำ หรือ Water Tank ก็ต้องทำความสะอาด
ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 6 เดือน หากไม่มีการล้างถังเก็บน้ำเลย สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เล็ดลอดเข้าไปจะเจริญเติบโตเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้น้ำประปาปนเปื้อนสิ่งสกปรกโดยไม่รู้ตัว ถังพักน้ำมักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำประปาไม่ได้มาตรฐานและไม่เหมาะสมต่อการบริโภค
6. วิธีทำความสะอาดถังพักน้ำ
ทำความสะอาดได้ด้วยการถ่ายน้ำออกให้หมด มีทางออกของน้ำด้านล่างที่สามารถเปิดออกได้ แล้วใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดัดสูงฉีดทำความสะอาดภายในให้สะอาด ปล่อยให้แห้งแล้วใส่น้ำได้ตามปกติ หรืออีกวิธีหนึ่งให้ใส่น้ำให้เต็มถังเก็บน้ำ แล้วจึงใส่คลอรีนน้ำหรือคลอรีนผงตามสัดส่วนที่ระบุไว้ข้างซอง หลังจากนั้นกวนน้ำและคลอรีนให้เข้ากันเพื่อให้คลอรีนทำปฏิกิริยากับน้ำอย่าง ทั่วถึง แช่ไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจึงปล่อยน้ำคลอรีนออกจากถังพักน้ำให้หมด คลอรีนจะฆ่าเชื้อโรคภายในถัง จากนั้นจึงปั๊มน้ำประปาลงไป วิธีนี้ค่อนข้างเปลืองน้ำ แต่ถ้านำน้ำจาการล้างมาใช้รดต้นไม้หรือล้างรถก็จะยิ่งดี หรือจะติดต่อการประปานครหลวงมาจัดการล้างให้ก็ย่อมได้ โทรศัพท์ 0-2298 – 6742
7. พื้นวางถังน้ำ หรือ Water Tank ต้องมีเสาเข็มไหม
การเทพื้นทำฐานวางถังเก็บน้ำประปาควรทำฐานต่างหากแยกออกมาจากตัวบ้าน โดยการเทคอนกรีตบนพื้นดิน กรณีนี้ยกตัวอย่างการวางถังเก็บน้ำขนาด 1,600 ลิตร ทำพื้นคอนกรีตขนาด 1.20 x 1.20 เมตร ความหนาของพื้นประมาณ 10 – 12 เซนติเมตร เหล็กเสริมใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร ผูกระยะ 20 x 20 เซนติเมตร (หรือจะใช้ตะแกรง Wire Mesh ก็ได้) ทั้งหมดทำบนเสาเข็มหกเหลี่ยม ความยาว 3 เมตร จำนวน 4 ต้น สิ่งสำคัญคือควรมีเข็มสั้นและแยกจากตัวบ้าน ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งติดกับบ้านจะดีที่สุด
8. น้ำและยุง
เป็นที่รู้กันว่าน้ำขังที่เราไม่ใส่ใจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ยิ่งเป็นยุงลายด้วยแล้วยิ่งอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยมาก สิ่งที่ทำได้คือสอดส่องดูรอบบ้านอย่าให้มีน้ำขังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในกระถางต้นไม้ ยางล้อรถเก่า ถ้วยรองขาตู้ และอีกมากมาย หากมีแหล่งน้ำที่น้ำไม่ไหลเวียนควรป้องกันด้วยการใส่ “ทรายอะเบท” สารกำจัดยุงซึ่งใช้กันทั่วไป ทรายอะเบท 1 กรัม ใส่ในน้ำ 10 ลิตร ก็จะช่วยกำจัดลูกน้ำอย่างได้ผล ทั้งนี้ การใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำขัง จะป้องกันไม่ให้เกิดลูกน้ำได้นานประมาณ 1-2 เดือนเลยทีเดียว ง่ายกว่านั้นสารเคมีในครัวเรือนอย่างน้ำยาล้างจาน ก็สามารถกำจัดยุงได้ ผสมน้ำยาล้างจาน 1 ส่วน + น้ำ 4 ส่วน ฉีดต่อเนื่องบริเวณที่เห็นยุงหลบเกาะเป็นกลุ่มตามมุมอับในบ้าน ผ้าห้อยแขวน หรือกองผ้า ส่วนการกำจัดยุงบริเวณที่เปียกหรือชื้น ใช้น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 ลิตร ใช้ฉีดต่อเนื่องบริเวณที่ชื้น เปียก ที่เห็นยุงหลบเกาะ เช่น ในตุ่มน้ำ หรือตามมุมพื้นห้องน้ำหรือแอ่งน้ำขังต่างๆ
9. น้ำฝนดื่มได้
หากคุณอยู่ในเขตเมืองหรือชุมชนใหญ่ คงหมดสิทธิ์ที่จะนำน้ำฝนมาดื่ม เพราะสารปนเปื้อนในอากาศนั้นมากเกินไป แต่สำหรับผู้ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในชนบท ก็ยังพอจะใช้น้ำฝนสำหรับดื่มได้ แต่ควรต้มให้เดือด เพื่อฆ่าเชื้อโรคเสียก่อน ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานได้ทำวิจัยเรื่องคุณภาพน้ำฝนและการฆ่าเชื้อโรค ผลสรุปได้ว่า เราสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ด้วยแสงแดด โดยนำน้ำบรรจุขวดแก้วหรือพลาสติกใส แล้วตากแดดนาน 6 – 8 ชั่วโมง ก็จะได้น้ำสะอาดปราศจากเชื้อโรคมาดื่มได้
10. น้ำต้มหรือน้ำกรอง แบบไหนดีกว่ากัน
ขอตอบว่าน้ำกรองจะมีความสะอาดและปลอดภัยกว่าน้ำต้มอยู่หลายส่วน เนื่องด้วยเครื่องกรองน้ำในปัจจุบันได้มีการพัฒนาจากแต่ก่อนที่กรองได้แต่ สิ่งสกปรกและสารโลหะหนักเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันเครื่องกรองน้ำได้มีการพัฒนาให้สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียต่างๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องต้มน้ำให้เกิดคราบตะกรันหรือเร่งปฏิกิริยาที่เกิดจากความร้อนต่างๆ ด้วยการใช้ระบบหลอดยูวีหรือไส้กรองและสารกรองในการกำจัดเชื้อโรคซึ่งเป็น ระบบเดียวกันกับโรงงานผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องกรองน้ำที่เราใช้ รวมถึงการบำรุงดูแลรักษาด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าการดื่มน้ำจากตู้หยอดน้ำที่เป็นเครื่องกรองน้ำแล้วจะ ปลอดภัย หรือซื้อเครื่องกรองน้ำราคาแพงมาใช้แต่ไม่มีการบำรุงรักษาเลย ถ้าเป็นลักษณะนี้การบริโภคน้ำต้มย่อมดีกว่าแน่นอน
11. คอนกรีตที่กันน้ำได้ดีเป็นอย่างไร
หลายคนเข้าใจกันผิดๆว่าน้ำยากันซึมที่ผสมในคอนกรีตนั้นเป็นพระเอกตัวเดียว ที่ทำให้หลังคาหรือพื้นไม่รั่ว แต่ในความเป็นจริงขึ้นอยู่กับคอนกรีตทั้งหมดที่นำมาเทเป็นหลังคาหรือพื้น นั้น ความสามารถกันน้ำของคอนกรีตนั้นจะเพิ่มขึ้นตามค่ากำลังหรือความแข็งแรงของ คอนกรีต ยิ่งถ้ามีเนื้อคอนกรีตสม่ำเสมอ ก็จะป้องกันการซึมของน้ำได้ดียิ่งขึ้น อีกประเด็นหนึ่งคือการเทพื้นให้ลาดเอียงไปยังตำแหน่งที่มีการระบายน้ำออก ต้องมีความเหมาะสมและไม่ทำให้น้ำขังอยู่เป็นเวลานาน รวมไปถึงการหมั่นตรวจรอบบ้านว่ามีการอุดตันของรางท่อระบายน้ำหรือไม่ เพราะถึงแม้จะมีคอนกรีตที่กันน้ำได้ดีเพียงใด ก็มีโอกาสรั่วได้หากมีน้ำขังอยู่เป็นเวลานาน
12. ฝนตกอย่าลืมรดน้ำต้นไม้
ก็เพราะฝนตกนั่นล่ะ เราจึงเก็บสายยางเข้าบ้านและลืมไปเสียสนิทว่ายังมีต้นไม้บางต้นซึ่งอยู่ใน กระถาง พวกที่ไม่ต้องการแสงแดดมากนักจึงอยู่ในพื้นที่มีหลังคาคลุม จะโดนฝนก็เพียงละอองเท่านั้น ฉะนั้นหากมีไม้กระถางที่อยู่ในร่มก็อย่าลืมรดน้ำด้วย แม้ว่าจะฝนตกทุกวันก็ตาม
13. การคำนวนขนาดและจำนวนท่อน้ำฝน
โดยปกติการคำนวณเพื่อหาขนาดของท่อน้ำและรางน้ำฝนจะมีขั้นตอนค่อนข้างซับซ้อน เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้ผมจึงขอสรุปขนาดและจำนวนของท่อน้ำฝนต่อพื้นที่ ระบายน้ำฝน โดยแยกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ
ท่อระบายน้ำฝนแนวดิ่ง ใช้หัวรับน้ำฝนขนาด 3 นิ้ว และท่อระบายน้ำขนาด 3 นิ้ว 1ชุดสำหรับพื้นที่รับน้ำ 137 ตารางเมตร โดยต้องเตรียมหัวรับน้ำฝนและท่อระบายน้ำฝนสำรองอีก 1 ชุด เผื่อเกิดการอุดตัน
ท่อระบายน้ำฝนแนวนอน ท่อในแนวนอนจะระบายน้ำได้ไม่ดีเท่าแนวดิ่ง โดยใช้หัวรับน้ำฝนขนาด 3 นิ้วและท่อระบายน้ำขนาด 3 นิ้ว 1 ชุดสำหรับพื้นที่รับน้ำ 50 ตารางเมตร หรือท่อระบายน้ำขนาด 4 นิ้ว สำหรับพื้นที่รับน้ำ 115 ตารางเมตร โดยต้องเตรียมหัวรับน้ำฝนและท่อระบายน้ำฝนสำรองอีก 1 ชุด เผื่อเกิดการอุดตันเช่นกัน
14. น้ำทิ้งจากการใช้งานทั่วไป จากครัวและห้องน้ำ บำบัดต่างกันอย่างไร น้ำทิ้งโดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
น้ำทิ้งจากครัว (Kitchen Waste) จะมีไขมันและเศษอาหารอยู่มาก จำต้องเอาออกเสียก่อนโดยใช้ถังดักไขมัน (Grease Trap) ขนาดเล็กแบบติดใต้อ่างล้างจานหรือถังขนาดใหญ่แบบฝังใต้ดิน ขึ้นอยู่กับปริมาณและลักษณะการใช้งาน แล้วจึงสามารถนำไปบำบัดรวมกับน้ำเสียชนิดอื่นๆได้
น้ำทิ้งจากโถส้วม (Soil) น้ำจากโถส้วมต้องมาผ่านถังบำบัดน้ำเสีย (Septic Tank) เพื่อแยกน้ำและกากตะกอนปฏิกูลออกจากกัน น้ำที่แยกออกมาจะต้องผ่านแผ่นกรองและบำบัดด้วยแบคทีเรียเพื่อย่อยสลายสาร อินทรีย์ที่ยังมีอยู่ จึงจะปล่อยกลับสู่ระบบได้
น้ำทิ้งจากอ่างล้าง มือและน้ำทิ้งทั่วไป (Grey Water) น้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วจากอ่างอาบน้ำ อ่างล้างมือ การซักผ้า ซึ่งน้ำส่วนนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในบางกิจกรรมเท่านั้น เช่น ใช้ในระบบรดน้ำต้นไม้ หรือใช้สำหรับ flash ชักโครก แต่ไม่สามารถใช้กับสายฉีดชำระได้
15. ท่อน้ำทั่วไปควรทำมาจากวัสดุอะไร ขนาดเท่าไร
ท่อน้ำมีให้เลือกหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับงบประมาณและลักษณะการใช้งานเป็นหลัก (น้ำร้อน-น้ำเย็น/น้ำดี-น้ำเสีย)
ท่อพีวีซี (Polyvinyl Chloride) นิยมใช้กันมาก เพราะติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา ราคาถูก และทนแรงดันได้ดี
ท่อเหล็ก ทนแรงดันได้สูงกว่า มีน้ำหนักมากและราคาค่อนข้างสูง แต่สำหรับในบ้านอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้ท่อเหล็กเท่าไ
ท่อPPR-80 (Polypropylene Random Copolymer (80)) ราคาสูง แต่มีอายุการใช้งานทนทานยาวนานมากกว่าชนิดอื่นๆ
การออกแบบขนาดท่อน้ำดีจะคิดตามจำนวนสุขภัณฑ์ที่ใช้ แล้วจึงนำมาออกแบบขนาดท่อ โดยทั่วไปอ่างล้างมือ ฝักบัวอาบน้ำ หรือชักโครก 1 จุดใช้น้ำ จะใช้ท่อน้ำดี ขนาด ½ นิ้ว ถ้ามี 2-3 จุดใช้น้ำ จะใช้ท่อขนาด ¾ นิ้ว ถ้า 4 จุดใช้น้ำ จะใช้ท่อขนาด 1 นิ้ว เป็นต้น
16. ห้องที่จอดรถใต้ดินหรือห้องที่ตํ่ากว่าท่อระบายสาธารณะ ระบายน้ำออกอย่างไร
ห้องใต้ดิน ที่จอดรถใต้ดิน ในกรณีที่มีการใช้น้ำจะมีการเตรียมบ่อรับน้ำ (Sump Pit) พร้อมเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำระบายออกสู่ภายนอกอาคาร เนื่องจากระดับภายในต่ำกว่าภายนอก จึงไม่สามารถระบายแบบแรงโน้มถ่วง (Gravity) ตามปกติได้
17. บ่อพักน้ำรอบบ้านต้องมีไหม ควรมีขนาดท่อและระยะระหว่างบ่อเท่าไร
บ่อพักน้ำรอบบ้าน (Man Hole) ต้องมีไว้สำหรับระบายน้ำโดยรอบบ้านซึ่งมาจากน้ำฝน รวมถึงน้ำจาก
พื้นที่ ข้างเคียง บ่อพักน้ำควรมีระยะห่างกันไม่เกิน 8 เมตรหรือทุกจุดที่มีการหักเลี้ยวเดิน 90 องศา โดยปกติแล้วเราจะคิดขนาดท่อตามพื้นที่ระบายน้ำอย่างคร่าวๆดังนี้
ท่อน้ำขนาด 200 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 550 ตารางเมตร
ท่อน้ำขนาด 300 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 1,600 ตารางเมตร
ท่อน้ำขนาด 400 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่ระบายน้ำประมาณ 3,600 ตารางเมตร
18. คราบน้ำและคราบสกปรกตามผนัง หน้าต่าง และพื้น ออกแบบอย่างไรให้ดูแลรักษาง่าย ขอแบ่งปัญหาเกี่ยวกับคราบน้ำออกเป็นข้อๆตามจุดต่างๆ ดังนี้
คราบน้ำและคราบสกปรกบนผนังและหน้าต่างภายนอกบ้าน มักเกิดจากฝุ่นผงที่ค้างอยู่ตามพื้นภายนอกอาคาร แล้วถูกชะล้างมาตามน้ำฝน โดยทั่วไปเราแก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่ม “บัวหยดน้ำ” รวมถึงการ “เพิ่มความลาดเอียง” ของพื้นเหล่านั้นเข้ามาด้านในอาคาร แล้วเตรียมทางระบายน้ำให้เพียงพอ
คราบน้ำและคราบสกปรกบนพื้น มักเกิดจากการเตรียมความลาดเอียงของพื้นไว้ไม่ดีพอ ทำให้เกิดการระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ เกิดน้ำขังเป็นคราบได้ ควรมีการปรับความลาดเอียงใหม่ หรือไม่ก็ควรเพิ่มจุดระบายใกล้ๆบริเวณนั้น
19. ออกแบบหลังคาไม่ให้น้ำรั่ว
มีหลายปัจจัยที่ทำให้หลังคารั่ว สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ องศาความลาดเอียงและวัสดุมุง ทั้งหมดต้องสัมพันธ์กัน กล่าวคือประเภทของวัสดุมุงจะเป็นตัวบ่งบอกและกำหนดองศาของหลังคา โดยทั่วไปวัสดุแต่ละประเภทจะมีมาตรฐานความลาดเอียงที่วัสดุนั้นๆรับได้ ก่อนตัดสินใจต้องดูรายละเอียดให้ดีเสียก่อน มิฉะนั้นความลาดเอียงที่น้อยกว่ามาตรฐานจะทำให้น้ำไหลย้อนเข้ามาในบ้านได้ ส่วนต่อมาคือโครงสร้างของหลังคาต้องมีความแข็งแรง โครงเหล็กต้องมีการคำนวณจากวิศวกร หากเป็นโครงไม้ต้องเป็นไม้เนื้อแข็ง เป็นไม้ใหม่ เพราะหากวัสดุมุงมีประสิทธิภาพเพียงใดแต่โครงสร้างพังเสียหาย ก็มีโอกาสที่แผ่นหลังคาจะยุบตามและเกิดการรั่วซึมในที่สุด

ผู้โดยสารที่บินจาก Heathrow ไปฮ่องกงในวันอังคารจะเป็นคนแรกที่มีตัวเลือกในการจ่ายค่าทดสอบ Covid อย่างรวดเร็วก่อนเช็คอิน การทดสอบจะมีค่าใช้จ่าย 80 ปอนด์และรับประกันผลภายในหนึ่งชั่วโมง จุดมุ่งหมายคือเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางซึ่งจำเป็นต้องมีการพิสูจน์ผลลัพธ์เชิงลบเมื่อมาถึง

Collinson บริษัท ที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้หวังว่าจะสามารถใช้การทดสอบเพื่อเข้าสู่อิตาลีได้ แต่การเจรจากับรัฐบาลอิตาลียังคงดำเนินต่อไป จำนวนประเทศที่เพิ่มมากขึ้นได้จัดประเภทให้สหราชอาณาจักรอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งหมายความว่านักเดินทางจากสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับข้อ จำกัด มากขึ้น

ขณะนี้ทางการในฮ่องกงต้องการให้ประชาชนแสดงผลการทดสอบที่เป็นลบโดยใช้เวลาเดินทางภายใน 72 ชั่วโมงของเที่ยวบินจากลอนดอน ผ้าเช็ดล้างน้ำลายอย่างรวดเร็วซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วที่ Heathrow Terminals 2 และ 5 เรียกว่าการทดสอบ Lamp (Loop-mediated Isothermal Amplification)

ขณะนี้บริติชแอร์เวย์เวอร์จินแอตแลนติกและคาเธ่ย์แปซิฟิคจะให้บริการแก่ลูกค้า Tim Alderslade หัวหน้าผู้บริหารของสายการบินการค้าการบินของอังกฤษกล่าวว่าเขาต้องการให้ค่าใช้จ่ายในการทดสอบต่ำลง สำหรับผู้โดยสารธุรกิจ 80 ปอนด์อาจมีการแข่งขันสูง แต่เราได้พูดกับรัฐบาลอย่างแน่นอนในเรื่องของการแนะนำการทดสอบเมื่อเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรอะไรก็ได้ตั้งแต่ 50 ถึง 60 ปอนด์จะดีกว่า

ความมั่นใจในการเดินทาง

การทดสอบหลอดไฟทำได้เร็วกว่าการทดสอบ PCR ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายใน NHS เนื่องจากไม่จำเป็นต้องส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการ Collinson ซึ่งเป็น บริษัท ที่อยู่เบื้องหลังการริเริ่มของ Heathrow ยอมรับว่าการทดสอบ Lamp มีความไวน้อยกว่าการทดสอบ PCR

อย่างไรก็ตามการทดสอบหลอดไฟถือว่าดีกว่าทางเลือกอื่นอย่างรวดเร็วนั่นคือการทดสอบแอนติเจน David Evans ผู้บริหารระดับสูงของ Collinson บอกกับ BBC ว่า การตรวจคัดกรองสุขภาพ กำลังกลายเป็นอีกขั้นหนึ่งของประสบการณ์ในสนามบินอย่างรวดเร็ว

เขากล่าวว่าผู้โดยสารจะต้องมาที่สนามบินก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น และเขายังคงการทดสอบจะช่วยให้ผู้คนมีความมั่นใจในการเดินทางเพราะเที่ยวบินจะปลอดภัยจากโควิด มันเริ่มทำให้การเดินทางง่ายขึ้นอีกครั้ง เขากล่าว

เปิดเส้นทาง

Collinson ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Swissport หวังว่าการทดสอบจะช่วยเปิดเส้นทางระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ผู้ที่เดินทางมาถึงอิตาลีจากสหราชอาณาจักรต้องพิสูจน์ว่าตนได้รับการทดสอบโคโรนาไวรัสเชิงลบก่อนออกเดินทางหรือทำการทดสอบเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินในอิตาลี อย่างไรก็ตามประเภทของการทดสอบที่ Heathrow มีให้ไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางบางแห่งเช่นไซปรัสบาฮามาสและเบอร์มิวดา

สถานที่เหล่านั้นทั้งหมดต้องการหลักฐานการทดสอบ PCR เชิงลบซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ความหวังคือประเทศอื่น ๆ จะเปลี่ยนกฎและอนุญาตให้มีการทดสอบประเภทอื่นซึ่งสามารถจัดการได้ทันทีที่ Heathrow สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าศูนย์ทดสอบแห่งใหม่ที่ Heathrow ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้โดยสารที่บินเข้ามาในสนามบิน นั่นหมายความว่าจะไม่ส่งผลกระทบในทันทีต่อการกักกันการเดินทางสองสัปดาห์ของสหราชอาณาจักรสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศ กลุ่มเสี่ยง

คอลลินสันตั้งศูนย์ทดสอบแยกต่างหากเมื่อเดินทางมาถึงฮีทโธรว์ในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตามผู้โดยสารไม่ได้ใช้สถานที่ดังกล่าวเนื่องจากรัฐบาลไม่ได้ให้การสนับสนุนในการทดสอบผู้คนเมื่อเดินทางมาถึง รัฐมนตรีได้ให้คำมั่นสัญญาว่าในเดือนหน้าพวกเขาจะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการสำหรับแนวคิดของคนที่จ่ายเงินสำหรับการทดสอบหลังจากกักกันหนึ่งสัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงสองสัปดาห์เต็ม

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Grant Shapps รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเจรจากับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯเกี่ยวกับระบบประเภทอื่นซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับ การทดสอบหลายครั้ง รัฐบาลกำลังพิจารณาระบบอื่นซึ่งผู้คนสามารถทำการทดสอบหนึ่งครั้งสองหรือสามวันก่อนที่พวกเขาจะบินเข้าสหราชอาณาจักรจากนั้นจึงทำการทดสอบอีกครั้งเมื่อมาถึง

นั่นอาจทำให้คนที่เดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรจากประเทศที่ เสี่ยง หลีกเลี่ยงการกักกันโดยสิ้นเชิงได้ อย่างไรก็ตามนาย Shapps กล่าวว่าเขาไม่สามารถบอกได้ว่าระบบประเภทนั้นจะเริ่มทำงานได้เมื่อใดเพราะต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศ